การทำ Carb Cycling คืออะไร

การทำ Carb Cycling คือ การเพิ่มปริมาณการทานคาร์บที่ดีจากธรรมชาติให้เพิ่มสูงมากขึ้นเป็นช่วงๆ โดยเฉพาะในคนที่ทานโภชนาการพร่องแป้งหรือ Low carbs โดยหลักการคือ ในร่างกายของเราโดยทั่วไป จะมีความสามารถในการใช้และเก็บพลังงานจากน้ำตาลกลูโคสในรูปไกลโคเจนได้ดี ผ่านกล้ามเนื้อที่เรียกว่า “กล้ามเนื้อสีขาว”

ซึ่งการจำกัดการทานคาร์บต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานประกอบกับการไม่ออกกำลังกายในรูปแบบที่จำเพาะต่อการกระตุ้นกล้ามเนื้อสีขาว ก็อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อสีขาวพัฒนาได้ไม่เต็มที่ ทำให้ผลลัพธ์ในแง่ของการลดไขมันหรือลดน้ำตาลทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร

สรุปสั้นๆคือการทำ Carb cycling คือการปรับเปลี่ยนปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่รับประทานในแต่ละวัน โดยในช่วงที่รับประทานคาร์โบไฮเดรตสูง จะส่งผลให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอสำหรับการออกกำลังกาย ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดี และป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ส่วนในช่วงที่รับประทานคาร์โบไฮเดรตต่ำ จะส่งผลให้ร่างกายใช้พลังงานจากไขมันมากขึ้น ช่วยลดการสะสมไขมันในร่างกาย

ประโยชน์ของการทำ Carb cycling สรุปได้ดังนี้

  • ช่วยลดน้ำหนักและลดไขมัน โดยการปรับเปลี่ยนปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่รับประทานในแต่ละวัน จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น และป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
  • ช่วยให้น้ำหนักที่ค้างจากไขมันส่วนเกินที่นิ่งมานานลดลงไปต่อ
  • ช่วยให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอสำหรับการออกกำลังกาย ในช่วงที่รับประทานคาร์โบไฮเดรตสูง ร่างกายจะมีพลังงานเพียงพอสำหรับการออกกำลังกายหนัก ๆ เช่น เวทเทรนนิ่ง หรือคาร์ดิโอ
  • ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย ในช่วงที่รับประทานคาร์โบไฮเดรตต่ำ ร่างกายจะหันไปใช้พลังงานจากไขมันมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลียได้ แต่อาการนี้มักจะหายไปเมื่อร่างกายปรับตัวได้
  • ช่วยลดความเครียดของร่างกาย การรับประทานคาร์โบไฮเดรตต่ำติดต่อกันเป็นเวลานานเกิน อาจส่งผลให้ร่างกายปรับตัวและเข้าสู่ภาวะคีโตซิส ซึ่งอาจส่งผลต่อฮอร์โมนของคุณ จนเกิดการไม่สมดุล การทำ Carb cycling จึงช่วยให้ร่างกายสามารถรับมือกับคลื่นความเปลี่ยนแปลงของพลังงานที่เปลี่ยนไปแบบนี้ได้ดีมากขึ้น

เมื่อไหร่ที่จะเริ่มทำ Carb Cycling

การทำ Carb Cycling ขึ้นกับหลายปัจจัย

  • เมื่อถึงเวลาที่จะพัฒนากล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว: บางคนที่ลดไขมันส่วนเกินจากการตัดคาร์บมาได้ซักพัก และถึงเวลาที่จะสร้างกล้ามเนื้อหรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในบางลักษณะ
  • ตามโปรแกรมการฝึก: วันไหนฝึกหนักก็อาจเป็นที่ทานเพิ่มคาร์บ วันไหนพักก็ปรับปริมาณคาร์บลงมา
  • ตามรอบช่วงเวลา: บางคนอาจสัปดาห์ละ 1 วัน บางคนมากกว่านั้นหรือน้อยกว่านั้นก็ขึ้นกับสถานะของร่างกาย แต่ผมก็เห็นด้วยว่าควรทำ Carb Cycling ครับ
  • ตามกิจกรรมหรือเหตุการณ์พิเศษ เช่น เราจะไปเที่ยวภูกระดึง ก่อนไปก็ทำ Cycling เพื่อเติมแป้งไกลโคเจนให้กล้ามเนื้อได้ครับ
  • ตามความหนักในการฝึก: วันไหนที่ฝึกหนักมากๆอาจเพิ่มปริมาณคาร์บต่อมื้อได้ถึง 200 กรัมต่อมื้อเลย ลองพิจารณาตามการตอบสนองของร่างกายของคุณดูนะครับ
  • ตามปริมาณไขมันในร่างกาย: ในคนที่ค่อนข้าง Lean ก็จะสามารถทำ Carb Cycling ได้ถี่กว่าคนที่มีไขมันสะสมมากโดยที่ไม่เกิดปัญหาอินซูลินสูงตามมาครับ

ถ้าจะทานคาร์บมากขึ้น ควรจะทานอะไร ทานอย่างไร

จำไว้ว่าเมื่อไหร่ที่เราเพิ่มพลังงานจากคาร์บเพิ่มสูงขึ้น เราควรลดทอนพลังงานจากไขมันให้ลดลงมา เว้นก็นี้ต้องการผลในเรื่องการสะสมไขมันด้วย ที่มาของคาร์บนั้นสำคัญที่สุด คาร์บที่ควรทานควรจะเป็นคาร์บจากธรรมชาติ และรองลงมาคงเป็นความฝันของใครหลายๆคนนั้นก็คือ ผลไม้

starchy vegetable
คาร์บที่ควรทาน ได้แก่ พืชตระกูลหัว เช่น แครอท ฟักทอง มัน ถั่ว ข้าวโพด ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอรี่

ตัวอย่างอาหาร

i6g89r
ขอบคุณภาพจาก ร้าน ฬสอนันต์

ตัวอย่างตารางการทำ Carb Cycling

ตาราง carb cycling 1

สรุปช่วงท้าย

อย่างไรก็ตาม ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมในแต่ละวันอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ระดับกิจกรรมทางกาย เป้าหมายในการลดน้ำหนักหรือลดไขมัน และสุขภาพโดยรวม ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางประการ เช่น โรคเบาหวาน โรคไต หรือโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มทำ Carb cycling เนื่องจากการทำ Carb cycling อาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตได้ครับ