เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 สมาคมโรคเบาหวานอเมริกา กำหนดคำนิยามคำว่า “หายจากโรคเบาหวานชนิดที่ 2”

“Type II usually get worse overtime even you don’t need medication at first, you may need to later on.”

แปลว่า เบาหวานประเภท 2 มักแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป ต่อให้คุณไม่ได้ทานยาในช่วงแรก สุดท้ายก็ต้องทานยาอยู่ดี

ประโยคข้างต้นคือคำกล่าวที่แปะอยู่ในหน้าเวบไซต์ของ ADA ที่ทำให้ Mindset ของพวกเราทุกคนรวมถึงแพทย์ถูกปลูกฝังมาว่า เบาหวานประเภท 2 รักษาไม่หายหรอก

แต่วันนี้ ได้มีการใช้คำว่า “Diabetes remission” หรือ
“เบาหวานหายได้”

ADA, EASD, Endocrine society, Diabetes UK พูด ผมไม่ได้พูดเอง กดแชร์ให้ญาติสนิทมิตรสหายที่ยังมืดมนไร้หนทางได้รับทราบด้วยจะอนุโมทนาสาธุเลยครับ

โดยเกณฑ์การหายจากเบาหวานคือ

“น้ำตาลสะสมลดลงน้อยกว่า 6.5 ติดต่อกันมากกว่า 3 เดือน โดยที่ไม่ได้ทานยาใดๆ”

แต่จริงๆผมพูดเรื่องนี้มาตลอด 3 ปี แต่เตะขัดขาพ่อใหญ่มาตลอด
แต่นั้นก็ทำให้ลูกเพจและนักเรียนของผมหลายๆคน ไปอยู่จุดนั้นกันแล้ว อยากให้มาช่วยกันเชียร์และแชร์ใต้คอมเมนต์นี้ได้นะครับ

สงบกับหาย มันต่างกัน

เกร็ดความรู้จากหมอทิม
คำแนะนำส่วนตัวเรื่องการตั้งเป้าหมายในการรักษาเรื่องเบาหวานในมุมมองของผม การอาศัยเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้นนั้น “ไม่เพียงพอ” ต่อการจะดำเนินชีวิตต่อโดยไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ เพราะถ้าคนที่เข้าใจสาเหตุของโรคจริงๆ คุณจะรู้ว่าจุดเริ่มต้นของเบาหวานไม่ได้ Start ที่น้ำตาลสะสมมากกว่า 6.5 แต่เริ่มไล่มาตั้งแต่อินซูลินที่ไต่ระดับสูงขึ้นมาล่วงหน้านับสิบปีตั้งแต่ก่อนน้ำตาลจะเริ่มสูง มวลกล้ามเนื้อสีขาวที่ค่อยๆหายไปเรื่อยๆที่จำเป็นก็ยังรอการกู้กลับมาด้วยเช่นกัน

เป้าหมายควรเป็นอย่างไร

สำหรับผมแล้วการหายจากเบาหวานแบบปลิดทิ้งคือ
1. น้ำตาลสะสมน้อยกว่า 5.7 อย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป
2. ไม่มียา
3. เมื่อทานคาร์โบไฮเดรทในปริมาณสูงน้ำตาลสะสมต้องไม่สูงตามมา

ไม่ใช่เรื่องผิดที่คุณจะตั้งเป้าหมายการวิ่งได้ที่ 10 กม. แต่การวิ่งไปให้ถึง 21 กม. รางวัลที่คุณจะได้มันต่างกันเยอะครับ