การตรวจ FT3, FT4, TSH ในคนที่กินคีโต โลว์คาร์บ และ IF 🧪

ใครที่อ่านหนังสือของผมไปจนถึงหน้า 134 แล้ว คุณจะได้อ่านหัวข้อ “กับดักของการอดโดยที่ไม่ดูสารอาหาร”

คุณก็จะเห็นภาพว่า การอดอาหารที่นานมากจนเกินไป หรือไม่มีสารอาหารชดเชยอย่างเพียงพอนั้น ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

แต่ในหนังสือ ผมไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดเชิงลึกมากเท่าไหร่ครับ

---

อันดับแรก ต้องเข้าใจกลไกของฮอร์โมนตัวนี้กันก่อนนะครับ 🧠

สมองสร้าง TRH (Thyrotropin-releasing hormone)

ส่งต่อไปยังต่อมใต้สมอง เพื่อบอกให้สร้าง TSH (Thyroid-Stimulating Hormone)

จากนั้น TSH จะส่งสัญญาณไปที่ต่อมไทรอยด์ เพื่อให้สร้างฮอร์โมนไทรอยด์ โดยส่วนใหญ่อยู่ในรูป T4 ซึ่งเป็นฟอร์มเตรียมออกฤทธิ์

T4 จะถูกส่งออกไปในกระแสเลือด และไปยังเนื้อเยื่อปลายทาง เช่น

อวัยวะที่เป็นรักแท้(ตับ ไต ไส้ พุง) กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อต่าง ๆ

เนื้อเยื่อปลายทางจะเปลี่ยน T4 ให้เป็น T3 ซึ่งเป็นตัวออกฤทธิ์ ผ่านเอนไซม์ deiodinases

หรือเปลี่ยนเป็น rT3 (reverse T3) ซึ่งเป็นตัวไม่ออกฤทธิ์

ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและสภาพแวดล้อม ณ ขณะนั้นครับ

---

ปัญหาคือ หลายคนกว่าจะรู้ตัว ผมก็ร่วงเกือบหมดหัวแล้ว 😅

โดยปกติ เวลาที่ร่างกายอยู่ในโหมดของการใช้ไขมันอย่างยาวนาน

แม้ว่าเราจะพยายามเสริม หรือเติมพลังงานจากไขมัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันต่าง ๆ เนย หรือไขมันจากสัตว์ก็ตาม

การปล่อยให้ร่างกายใช้ไขมันเพียงอย่างเดียว หรืออยู่ในภาวะ Prolonged Ketosis

และกดการทำงานของตับอ่อนอยู่ตลอดเวลา อาจส่งผลต่อ Circadian Rhythm ของ Anabolic Hormone

รวมถึงทำให้ร่างกายเกิด stress จากการที่ไขมัน ซึ่งควรเป็นพลังงานสำรองที่สำคัญ ถูกดึงออกมาใช้อยู่ตลอดเวลา

ไม่ต่างจากการที่คุณเห็นเงินในบัญชีไหลออก แต่ไม่มีเงินเข้าเลย 💸

คุณก็ต้องเครียดเป็นธรรมดา เป็นผม ผมก็เครียดครับ

---

กลไกนี้จะเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีไขมันสะสมในร่างกายน้อยอยู่แล้ว

หรือในคนที่มีภาวะดื้ออินซูลินในระดับสูง

ก่อนที่ร่างกายจะเริ่มดึง “เฟอร์นิเจอร์” อย่างกล้ามเนื้อออกมาใช้เป็นพลังงาน

สิ่งที่เรามักจะสังเกตได้ก่อน คือ การทำงานของต่อมไทรอยด์ที่เริ่มช้าลง 🐢

คำว่า “ช้าลง” ในที่นี้ เริ่มจากปัญหาเล็ก ๆ เช่น

เซลล์ปลายทางเริ่มลดการตอบสนองต่อไทรอยด์ หรือ Hypocellular Thyroid Activity

ถัดมา อาจพบว่า conversion จาก FT4 → FT3 ลดลง

รวมถึงอาจพบการสูงขึ้นของ rT3 (reverse T3)

สาเหตุคือร่างกายพยายาม “เหยียบเบรก” ระบบเผาผลาญ

ในกรณีที่มีการขาดสารอาหาร หรือเข้าสู่ภาวะคล้าย starvation

ดังนั้น การแปลผลเลือดไทรอยด์แบบทั่วไป อาจจะยังไม่พบความผิดปกติชัดเจน

แต่อาจพบว่า Free Thyroid Hormone ลดลงเล็กน้อย แม้ยังอยู่ในเกณฑ์ non-disease ก็ตาม

---

อีกตัวที่เกี่ยวข้องมากคือ Cortisol 😵‍💫

Cortisol ส่งผลหลายอย่างที่ทำให้ไทรอยด์ออกฤทธิ์ได้น้อยลง เช่น

ลด activity ของเอนไซม์ deiodinases ชนิดที่สร้าง active T3

กดสมองกลางให้ลด TRH

และมีกลไกอื่น ๆ อีกหลายอย่างร่วมด้วย

คุณอาจเริ่มรู้สึกว่า

ช่วงนี้น้ำหนักลงยาก

พลังงานตก แม้จะกินอาหารในปริมาณมาก

น้ำตาลในเลือดสวิง

อารมณ์แปรปรวน ฉุนเฉียวง่าย

และยังอาจส่งผลให้ตับรีไซเคิล LDL ได้ไม่ดี ทำให้ LDL สูงขึ้นโดยไม่จำเป็นอีกด้วย

---

การตรวจเลือดที่แนะนำในหมวดไทรอยด์ 🧾

พื้นฐานที่แนะนำ ได้แก่

FT3, FT4, TSH

ตัว F ย่อมาจากคำว่า Free

ผมชอบใช้ตัวนี้ เพราะสะท้อนตัวที่ออกฤทธิ์จริงได้ดีกว่า และไม่ได้รับผลจากการจับกับโปรตีนมากเท่าการดูค่า total hormone

---

ค่าที่ควรจะเป็นโดยประมาณ 📌

FT3

ควรมากกว่า 3 pg/mL

หรือมากกว่า upper half ของ normal range

FT4

ประมาณ 1.1–1.8 ng/dL

TSH

ประมาณ 1.0–2.0 mIU/L

FT3 ที่ต่ำลง อาจสะท้อนว่า conversion จาก FT4 ไปเป็น FT3 ลดลง

จากนั้น FT4 ก็มักจะต่ำลงตามมาได้

ส่วน TSH ที่สูงขึ้น มักชี้ให้เห็นว่าร่างกายกำลังพยายามเพิ่มการสร้างไทรอยด์มากขึ้นในระยะสั้น

---

แล้ว rT3 จำเป็นต้องตรวจไหม? 🤔

rT3 เป็นแลปที่มีราคาค่อนข้างสูง และไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน

แต่อาจใช้เป็นตัวช่วย confirm เรื่อง stress-induced thyroid inactivation

หรือภาวะที่ stress ทำให้ไทรอยด์ออกฤทธิ์ได้น้อยลง ให้ชัดเจนมากขึ้นได้

---

สิ่งที่ผมแนะนำคือ ควรตรวจ TFT (Thyroid Function Test) ร่วมด้วยเวลาตรวจสุขภาพ 🩺

เพราะมีประโยชน์ในการ monitor ผลเสียจาก overstress

ก่อนที่ระบบเผาผลาญจะพัง หรือผมจะร่วงหมดหัวครับ